คำตอบสั้น: Risk:Reward Ratio คืออัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างจำนวนที่ยอมเสี่ยงเสีย (ระยะ Stop Loss) กับจำนวนที่คาดว่าจะได้กำไร (ระยะ Take Profit) ในแต่ละไม้ เช่น 1:2 หมายถึงเสี่ยง 1 ส่วนเพื่อหวังกำไร 2 ส่วน ยิ่งอัตราส่วนนี้สูง เทรดเดอร์ก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องทายถูกบ่อยเพื่อให้พอร์ตเป็นบวกในระยะยาว
ทำไม Risk:Reward Ratio สำคัญกว่าอัตราชนะ
เทรดเดอร์มือใหม่มักสนใจแต่ “ทายถูกกี่เปอร์เซ็นต์” แต่ในความเป็นจริงต่อให้ทายถูกเพียง 40% หากตั้ง Risk:Reward ไว้ที่ 1:2 ทุกไม้ พอร์ตก็ยังทำกำไรสุทธิได้ เพราะไม้ที่ถูกให้กำไรมากกว่าไม้ที่ผิดขาดทุน กลับกันคนที่ทายถูก 70% แต่ปล่อยขาดทุนบานปลายและรีบขายกำไรน้อย ก็อาจเสียเงินสุทธิได้เช่นกัน
วิธีคำนวณ Risk:Reward Ratio แบบง่าย
นำระยะ Take Profit (เป็น pip หรือจุด) หารด้วยระยะ Stop Loss เช่น ตั้ง SL 20 pip และ TP 60 pip จะได้ 60 ÷ 20 = 3 หรือเขียนเป็น 1:3 ควรคำนวณและตั้งค่าทั้งสองจุดก่อนเข้าไม้เสมอ ไม่ใช่ตัดสินใจระหว่างที่ราคากำลังวิ่งอยู่ เพราะอารมณ์จะเข้ามาแทรกได้ง่าย
อัตราส่วนเท่าไหร่ถึงเรียกว่าเหมาะสม
โดยทั่วไปเทรดเดอร์มือใหม่ควรตั้งเป้าอย่างน้อย 1:1.5 ขึ้นไป และควรเลือกจุดตั้ง SL/TP จากโครงสร้างราคาจริง เช่น แนวรับแนวต้าน ไม่ใช่ตั้งตามตัวเลขที่อยากได้ลอย ๆ อัตราส่วนที่สูงเกินจริงโดยไม่มีเหตุผลทางเทคนิครองรับ อาจทำให้ TP ไม่ถูกแตะเลยสักครั้ง
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือขยับ Stop Loss ออกไปเรื่อย ๆ เมื่อราคาสวนทาง เพราะไม่อยากรับว่าไม้นี้ผิด ซึ่งทำลายอัตราส่วนที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นโดยสิ้นเชิง วินัยในการทำตามแผนจึงสำคัญพอ ๆ กับตัวเลขอัตราส่วนเอง
การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลในอนาคต ควรศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนจริงครับ
