คำตอบสั้น: แนวรับ (Support) คือระดับราคาที่เคยมีแรงซื้อเข้ามาดันราคากลับขึ้นซ้ำ ๆ ส่วนแนวต้าน (Resistance) คือระดับที่เคยมีแรงขายกดราคาลงซ้ำ ๆ ทั้งสองใช้เป็นจุดอ้างอิงในการหาโอกาสเข้า-ออกไม้ และตั้ง Stop Loss / Take Profit อย่างมีเหตุผลทางเทคนิครองรับ

วิธีหาแนวรับแนวต้านบนกราฟ

เริ่มจากเปิดกราฟย้อนหลังในไทม์เฟรมที่สนใจ แล้วมองหาจุดที่ราคาแตะแล้วเด้งกลับซ้ำ ๆ ตั้งแต่ 2-3 ครั้งขึ้นไป ลากเส้นแนวนอนผ่านจุดเหล่านั้น ยิ่งราคาแตะแนวเดิมบ่อยครั้งเท่าไหร่ แนวนั้นก็ยิ่งมีนัยสำคัญมากขึ้นเท่านั้น แนวรับแนวต้านที่มาจากไทม์เฟรมใหญ่ (เช่น Day, Week) มักมีน้ำหนักมากกว่าไทม์เฟรมเล็ก

แนวรับแนวต้านคือ “โซน” ไม่ใช่เส้นตายตัว

ราคาในตลาดจริงมักไม่กลับตัวที่จุดเป๊ะ ๆ เสมอไป บางครั้งแตะเกินแนวไปเล็กน้อยก่อนเด้งกลับ (False Break) ดังนั้นควรมองเป็นโซนกว้าง ๆ มากกว่าเส้นเดียว และเผื่อระยะ Stop Loss ให้พ้นโซนนั้นเล็กน้อย เพื่อไม่ให้โดนสะบัดออกง่ายเกินไป

เมื่อแนวถูกทะลุ (Breakout) จะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปอย่างชัดเจนพร้อมวอลุ่มหนุน แนวต้านเดิมมักกลายเป็นแนวรับใหม่ในทางกลับกัน และเมื่อแนวรับถูกทะลุลงไป แนวรับเดิมก็มักกลายเป็นแนวต้านใหม่เช่นกัน หลักการนี้เรียกว่า Role Reversal เป็นเทคนิคพื้นฐานที่ใช้ประกอบการวางแผนเข้าไม้ต่อเนื่อง

ใช้แนวรับแนวต้านร่วมกับอะไรได้บ้าง

ไม่ควรใช้แนวรับแนวต้านเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ ควรผสมกับสัญญาณยืนยันอื่น เช่น รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว อินดิเคเตอร์โมเมนตัม หรือปริมาณการซื้อขาย เพื่อลดโอกาสเข้าไม้ผิดจังหวะเมื่อราคาแค่แกว่งผ่านแนวไปชั่วคราว

การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลในอนาคต ควรศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนจริงครับ